หยุดทำ #DontJudgeChallenge คุณมันหลงตัวเอง!

นี่เป็นคำท้าทายที่โง่ที่สุดในอินเตอร์เน็ต ตอนนี้ยัง?

อินเตอร์เน็ตบางครั้งก็เป็นสื่อให้คนได้แสดงอะไรโง่ๆ

ทำให้คนหลงตัวเอง ! แทนที่จะไปทำประโยชน์อย่างอื่น หรือทำรณรงค์อะไรให้คนไม่ตัดสินคนจากภายนอก ก็กลับกลายเป็นการหลงตัวเองแทน!

 

 

 

เค้าว่าต้นกำเนิดคลิป Don’t judge me นั้นมีเพื่อรณรงค์ไม่ให้คนรังแกคนที่ภายนอกดู”ขี้เหร่” เช่นคนที่มีคิ้วหน้าเป็นเส้นเดียว คนที่สิวเยอะ คนฟันเกห่างหรือฟันหลอ ว่าอย่ามองคนที่ภายนอก ให้มองที่ภายใน หรือ Don’t judge the book by its cover จึงได้ทำคลิปทาหน้าตัวเองให้เละหรือ”ขี้เหร่”ขึ้นมา พร้อมกับเปลี่ยนตัวเอง ตู้มมม หน้าตาดีเชียว

แต่…..จะก่อนหรือหลัง มันก็ยังเป็นการตัดสินที่”ภายนอก”อยู่ดีมิใช่เหรอ?

หนำซ้ำพวกคนที่มีคิ้วหนา เป็นสิว ฟันหลอ กลับออกมาโวยวายว่า “ไหนว่ารณรงค์ไม่ให้คนรังแกคนอื่นที่เค้าว่าขี้เหร่ไง การที่พวกหน้าตาดีพวกนี้มาเขียนหน้าด้วยคิ้วเข้ม สิว หรือเขียนฟัน พร้อมกับแปลงตัวเองเป็นพวกฮ๊อต มันก็เป็นการล้อเลียนคนอย่างเราที่มีสิว มีคิ้วหนา มีฟันห่างไม่ใช่เหรอ แถมเป็นการบอกอ้อมๆอีกว่าพวกเราขี้เหร่”
บางคนที่มีสิวเครอะหรือคิ้วหนาก็ออกมาประณามการเล่นอย่านี้กันรัวๆว่า มันไม่ใช่การช่วยรณรงค์ไม่ให้คนโจมตีคนอย่างพวกเรา แต่นี่แหละ คลิปพวกนี้นี่แหละคือการโจมตีคนอย่างพวกเรา

ไม่พอแค่นั้น การเล่น Don’t judge me ที่แปลว่า”อย่าตัดสินฉัน” กลับกลายเป็นการเล่นที่ทำให้คนเล่นโดนตัดสินสุดๆ เช่น จำนวนยอดไลค์ของแต่ละคนที่ทำให้เกิดการแข่งขันกัน การโดนคนจากอินเตอร์เน็ตตัดสินว่า “คนนี้ยังหน้าตาดีไม่พอที่จะถ่ายคลิปนี้” และวิพากษ์วิจารณ์ผู้ทำคลิปอีกมากมาย จนตอนนี้คลิป Don’t Judge Me นั้นได้ผิดคอนเสปไปไกลแสนไกลแล้ว แทนที่จะเป็นคลิป”อย่ารังแกคนอื่นที่หน้าตา” มันกลับกลายเป็นคลิปที่คนถ่ายจะถูกคนบนอินเตอร์เน็ตวิจารณ์เรื่องหน้าตาเต็มที่

หนำซ้ำ มันยังไม่ใช่คลิป”รณรงค์”สำหรับคนหน้าตาไม่ดี แต่เป็นคลิปสำหรับ”คนหน้าตาดี”เล่นกันเองทั้งนั้นที่ทำให้คนที่คิดว่าตัวเองดูดีไม่พอยิ่งรู้สึกแย่